คำว่า Sharenting เกิดจากการผสมคำระหว่าง “share” และ “parenting” ใช้อธิบายพฤติกรรมที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองแบ่งปันเรื่องราวของบุตรหลานบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายตั้งแต่แรกเกิด คลิปกิจกรรมประจำวัน ผลการเรียน ความสามารถพิเศษ เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเรื่องส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน เช่น ปัญหาสุขภาพ อารมณ์ ความขัดแย้งในบ้าน หรือแม้แต่การลงโทษลูก
สิ่งที่ทำให้ Sharenting กลายเป็นเรื่อง “ปกติ” ในยุคดิจิทัล คือการที่สื่อสังคมออนไลน์ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการแบ่งปันอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้จำนวนมากถูกกระตุ้นให้โพสต์ภาพ เล่าเรื่อง และตอบสนองต่อปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบของยอดไลก์ คอมเมนต์ และการแชร์ แพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นโครงสร้างทางสังคมรูปแบบใหม่ที่กำหนดว่า “อะไรควรถูกมองเห็น” และ “อะไรมีคุณค่าเมื่อได้รับการตอบสนองจากคนอื่น” ภายใต้ระบบดังกล่าว เด็กจึงไม่ใช่เพียงสมาชิกในครอบครัว แต่ยังอาจกลายเป็นเนื้อหาที่เรียกความสนใจ สร้างปฏิสัมพันธ์ และยืนยันตัวตนของผู้ปกครองในพื้นที่ออนไลน์ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ชีวิตครอบครัวในปัจจุบันเผชิญความโดดเดี่ยวในอีกรูปแบบหนึ่ง แม้ผู้คนจะเชื่อมต่อกันได้มากขึ้นผ่านหน้าจอ แต่ครอบครัวเดี่ยว เมืองใหญ่ และวิถีชีวิตที่เร่งรีบกลับทำให้พ่อแม่จำนวนมากรู้สึกว่าตนต้องเผชิญภาระการเลี้ยงลูกอย่างลำพัง การโพสต์เรื่องราวของลูกจึงอาจทำหน้าที่เป็นการแสวงหาชุมชน การขอคำแนะนำ การระบายความเหนื่อยล้า หรือการขอการยืนยันว่าตนเป็น “พ่อแม่ที่ดีพอ” ในสายตาผู้อื่น การกระทำเช่นนี้จึงไม่ได้เกิดจากความหลงตัวเองเสมอไป หากแต่มีมิติของความเปราะบางทางอารมณ์ซ่อนอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ่งที่เริ่มต้นจากการแบ่งปันความสุขค่อย ๆ กลายเป็นพฤติกรรมซ้ำ ๆ และได้รับการเสริมแรงจากสังคมออนไลน์ พ่อแม่บางคนอาจไม่ทันสังเกตว่าเส้นแบ่งระหว่าง “การบันทึกความทรงจำ” กับ “การใช้ชีวิตลูกเป็นเนื้อหาสาธารณะ” นั้นเริ่มพร่าเลือนไปแล้ว เด็กบางคนมีภาพอยู่บนโลกออนไลน์ตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก บางคนถูกเปิดเผยชื่อ โรงเรียน พิกัดบ้าน ตารางกิจกรรม หรือแม้แต่จุดอ่อนและความอับอายต่อหน้าคนนับพันโดยที่ไม่อาจปฏิเสธได้ นี่คือจุดที่ Sharenting ไม่อาจถูกมองเป็นเรื่องเล็กอีกต่อไป